Tag Archives: กีฬาประจำชาติ อาเซียน

กีฬาประจำชาติ – เวียดนาม

กีฬาประจำชาติ
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม(The Socialist Republic of Vietnam)
กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ คือ โววีนัม

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

โววีนัม (Vovinam) คือชื่อของกีฬาศิลปะป้องกันตัวของชาติเวียดนาม ซึ่ง Wikipedia ได้อธิบายความหมายตรงตัวว่า Vo หมายถึง ศิลปะป้องกันตัว ส่วน Vinam หมายถึงเวียดนาม อันเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ได้มีการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1938 โดย มาสเตอร์ เหวง ลอค ผู้คิดค้นศาสตร์ประเภทนี้ขึ้นมาภายใต้ความกดดันจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส มายาวนานกว่าร้อยปี เขาจึงคิดว่าในการสร้างชาติขึ้นมาใหม่ จะต้องส่งเสริมให้เยาวชนมีความเข้มแข็ง รู้จักเรียนรู้ที่จะป้องกันตัว และดูแลตัวเองให้สมดุล คือ ทั้งอ่อนและแข็งผสมกันคล้ายกับความเชื่อเรื่องยิน-หยาง จากนั้นศิลปะป้องกันตัวอันเกิดจากการศึกษาทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ สุขภาพ ศาสนาและปรัชญาของมาสเตอร์เหวง ลอค ก็ผสมผสานกันจนกลายมาเป็นโววีนัม และได้แพร่หลายไปทั่วโลกเริ่มจากฝรั่งเศส เยอรมนี และอีกหลายชาติในยุโรป ไปจนถึงอเมริกา ออสเตรเลีย ที่ต่างก็มีสมาคมโววีนัมของตัวเอง และล่าสุดกีฬาประเภทนี้ก็ยังจะได้รับการบรรจุเป็นครั้งแรกในการแข่งขันอาเซียน อินเดอร์เกมส์ที่เวียดนามเมื่อปี 2009 ซึ่งตอนนี้ชาติไทยกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมของนักกีฬา เพื่อเข้าแข่งขันในอนาคตอันใกล้นี้ กีฬาประเภทนี้มีความน่าสนใจตรงที่มันเป็นการผสมผสานกันของกีฬาหลากหลายประเภท มีความใกล้เคียงทั้งเทควันโด มวยไทย มวยจีน แล้วยังมีคนบอกว่าคล้ายกับวูซู เพราะมีการรำดาบ ทวน กระบอง หรือการใช้ร่มเพื่อเป็นการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง” ปราโมทย์ สุขสถิตย์ วัย 30 ปี อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติ ผู้ผันตัวเองมาบุกเบิกกีฬาประเภทนี้ บอกถึงที่มาและความแตกต่างของโววีนัม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะการป้องกันตัวอันหลากหลายในแถบเอเชีย

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

Published: 15. 10. 2013

กีฬาประจำชาติ – อินโดนีเซีย

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ – สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เคมโป คาราเต้

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

 กีฬาประจำชาติ

เคมโป คาราเต้ – ​เคม​โป​เป็นกีฬาที่มี​รากฐานต้นกำเนิดมาจากประ​เทศญี่ปุ่น มีสำนักงาน​ใหญ่ของสหพันธ์อยู่ที่​โอซากา ญี่ปุ่น ​และได้รับ​ความนิยมแพร่หลาย​ในมา​เล​เซีย, ​เวียดนาม, ติมอร์ ​และ บรู​ไน ​โดย​ในอิน​โดนี​เซียมีคน​เล่นกีฬาประเภทนี้มากกว่า 400,000 คน ​เท่าที​ได้สัมผัสจาก​การอธิบาย​และ​การสาธิต​แล้ว​ไม่ค่อยจะต่างจากคารา​ เต้ ​โดยจะ​เป็น​การผสมผสานกันระหว่าง​เทควัน​โด-ยู​โด-คารา​เต้ ​ซึ่ง​การ​แต่งตัว​ก็มีรูปแบบคล้ายกันด้วย ส่วน​การออกอาวุธจะ​ใช้​ทั้ง​การต่อย, เตะ, บิด, ทุ่ม, ล็อก ตัดสิน​การแพ้ชนะด้วยคะ​แนน ​แบ่ง​การ​แข่งขัน​เป็นรุ่นน้ำหนัก ​เชื่อว่าอิน​โดนี​เซียจะ​เดินหน้า​เต็มที่​เพื่อบรรจุ​เคม​โป​ในซี​เกมส์ครั้งต่อ ​ไป​โดย​เฉพาะซี​เกมส์ครั้งที่ 26 ที่อิน​โดนี​เซียจะ​เป็น​เจ้าภาพ​ในปี 2554

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

ตารุง เดราจัต (กีฬาต่อสู้) ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2011 ณ ประเทศอินโดนีเซียป เจ้าภาพได้บรรจุ “ตารุง เดราจัต” ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวของชาวชวาตะวันตก เป็นกีฬาสาธิต แม้กีฬาชนิดนี้จะยังไม่คุ้นหูของคนไทยมากนัก แต่สำหรับชาวอินโดเซียแล้ว นี่คือกีฬาระดับชาติที่ใช้ทดสอบความแข็งแกร่ง แข็งแรงของร่ายกายและจิตใจ เตะ…ถีบ…หมัด… คือการออกอาวุธหลัก 3 อย่าง ของ “ตารุง เดราจัต” ศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัว ที่คนอินโดนีเซียทุกคนรู้จักกันอย่างแพร่หลายเป็นที่นิยม โดยมีนายอัชหมัด เดดจัต หรือคนที่นี่เรียกว่า “ซาง กูรู” เป็นผู้คิดค้นศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ขึ้นมาเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนเนื่องจากในวัยหนุ่มเค้ามักจะถูกเพื่อนๆ รุมแกและทำร้าย จึงพยายามฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง แข็งแกร่ง พร้อมๆ ไปกับการนำเอาจุดเด่นของศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนง มาประยุกต์เข้าด้วยกัน จนกลายแบบฉบับของตัวเอง โดยตั้งชื่อว่า “ตารุง เดราจัต” ต่อมาไม่ ว่าจะซางกูรูในวัยหนุ่มจะถูกรุมแตะ ต่อย หรือทำร้ายด้วยของแข็ง เค้าก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้เสมอตลอดมา เพราะตารุง เดราจัต ไม่ได้ใช้พละกำลังด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว ยังต้องรวบรวมสมาธิและความแข็งแกร่งด้านจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายด้วย
ตารุง เดราจัต ได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาสาธิต ในการแข่งขันซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย

ที่มา : sportasean2012.blogspot.com

Published: 23. 09. 2013

กีฬาประจำชาติ – ประเทศไทย

กีฬาประจำชาติ

 

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติไทย

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ

กีฬาประจำชาติ – ประเทศไทย คือ มวยไทย เเละ ตะกร้อ

มวยไทยเรานั้น เป็น ศิลปะการต่อสู้ของประเทศไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้รูปแบบดังกล่าว สามารถพบเห็นได้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศลาวเรียก มวยลายลาว (มวยเสือลากหาง) ส่วนประเทศกัมพูชาเรียกว่า ประดั่ญเซเรีย (Pradal Serey)หรือขอมมวย

ณ ปัจจุบัน ทางสหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) มีแผนการที่จะผลักดันกีฬามวยไทยเข้าสู่กีฬาโอลิมปิก ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการผลักดันอย่างจริงจัง

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวยไทยนั้นเริ่มมีและใช้กันในการทำศึกสงครามในสมัยก่อน ในปัจจุบันมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า “เลิศฤทธิ์” ซึ่งแตกต่างจากมวยไทยในปัจจุบันที่ใช้เป็นการกีฬาเป็นอย่างมาก โดยในสมัยก่อนใช้เพื่อเอาชีวิตจึงมีท่าที่รุนแรง ซึ่งปัจจุบันได้ตัดทอนส่วนที่รุนแรงออกโดยมีการใช้นวมขึ้นเพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น มวยไทยยังคงได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมถึงการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย)

มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานพอๆกับการก่อเกิดของคนไทย ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละสายตามท้องที่นั้น ๆ โดยมีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) มีคำกล่าวไว้ว่า “หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา”

กีฬาประจำชาติ

ตะกร้อ

กีฬาประจำชาติ

ไทย มาเลเซีย พม่า ต่างอ้างว่าเป็นกีฬาประจำชาติ ของตนมาแต่บรรพกาล แต่ไม่มีหลักฐานใดๆอ้างอิงได้หรืปรากฏชัดแจ้งว่า กีฬาตะกร้อกำเนิดมาจากชาติใดก่อน จากการเล่าขาน พออนุมาน ได้ว่า กีฬาตะกร้อน่าจะเกิดเมื่ออยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งเมื่อคราวที่ไทยทำสงครามกับพม่า ในยามตั้งค่ายพักรบเหล่าทหารทั้งสองฝ่ายพักผ่อน ต่างก็หาการเล่นต่าง ๆ มาเล่นกันเพื่อความสนุกและผ่อนคลาย มีการเล่นที่หาอุปกรณ์ง่าย ๆ เช่น ตะกร้อ มาเตะกัน ครั้งแรกก็ ใช้เศษผ้ามาม้วนและมัดทำเป็นลูกกลม ๆ ล้อมวงเตะกัน จากเศษผ้าแล้วพัฒนามาเป็นหวาย เพราะถิ่นแถบเอเชียมีธรรมชาติที่อุดมไปด้วยต้นหวาย คนสมัยโบราณได้นำเอาหวายมาใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จากภูมิปัญญาทำเป็นกระบุงตะกร้อ สำหรับบรรจุสิ่งของหรือจักเป็นตอกเพื่อใช้ผูกมัดสิ่งของเหมือนกับเชือกเพราะมีความคงทน ทนทาน ดี สมัยโบราณต้นหวายยังถูกดัดแปลงจำลองเป็นอาวุธ ใช้ในการฝึกหัดต่อสู้แทนอาวุธจริง ก่อนจะกลายมาเป็นตะกร้อ ได้มีผู้เอาหวายมาจักตอกสานเป็นรูปกลม ๆ มีหลายขนาด เล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่วัตถุประสงค์หรือความต้องการ

ที่มา : sportasean2012.blogspot.com

Published: 03. 09. 2013